เมียไม่รักดี แอบเย็ดกับเพื่อนสนิทมาตลอดสิบกว่าปีที่แต่งงานกัน

ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าและมาแชร์ให้กับทุกคนฟังซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมเจอมากับตัวเองและเป็นประสบการณ์ตรงของผมเอง ก่อนอื่นเลยผมอยากจะแนะนำตัวผมเองก่อน ผมมีชื่อว่าบอยอายุ 35 ปีนะครับ เผื่อเพื่อนๆที่ได้อ่านเรื่องราวของผมแล้วได้เจอตัวผมเองข้างนอกก็สามารถทักทายผมได้นะครับ ก่อนอื่นผมคงต้องเล่าความเป็นมาของเรื่องนี้ให้เพื่อนๆทุกคนได้ฟังก่อน ตัวผมนะครับแต่งงานกับเมียมาสิบกว่าปีแล้ว เมียผมมีชื่อว่าแจง ซึ่งผมและแจงเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันมาก่อนครับ เราทั้งสองคนเรียนด้วยกันที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่านดินแดง ซึ่งผมได้คุยกับแจงแบบจริงๆจังก็คือตอนที่เราเรียนพิเศษด้วยกัน ซึ่งผมกับแจงก็เลยจะได้คุยกันตลอดในช่วงตอนเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนและนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เราทั้งสองคนได้คบกัน ซึ่งถ้าไม่รวมแต่งงานเราก็คบกันมาเกือบจะ 20 ปีแล้วซึ่งเป็นเวลาที่นานมาพอสมควรแล้ว เราทั้งคู่มีลูกด้วยกันสองคน คนแรกเป็นลูกสาวครับ และอีกคนหนึ่งเป็นลูกชาย ซึ่งที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกตะหงิดๆระหว่างความสัมพันธ์ของเราก็คือลูกชายของเราที่โตมาแต่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนผมเอาซะเลย แต่ที่หน้าแปลกใจคือลูกชายของผมดันหน้าตาไม่เหมือนแจงด้วย เรื่องนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าแจงไม่ได้มีผมเพียงคนเดียวแน่ๆ และคนที่ผมสงสัยว่าคนที่เธอแอบเล่นชู้ด้วยก็คือเพื่อนสนิทตอนที่ผมเรียนในมหาวิทยาลัยของผมเอง ซึ่งเมื่อตอนสมัยสาวๆตอนที่แจงตกงานเธอไม่สามารถหางานทำได้เลยจนทำให้เธอเครียดและรู้สึกว่าตัวเองทำตัวเป็นภาระ และผมเลยให้เพื่อนของผมคนนี้ซึ่งพ่อของมันเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในโซนใกล้บ้านผม และอีกทั้งมันยังเป็นคนไม่ถือตัวอีกด้วย มันรับแจงเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัวของมัน และให้เหตุผลกับผมว่าจะได้ไม่ถูกคนอื่นรังแกหรือกดหัว ให้อยู่กับมันนี่แหละดีแล้ว แต่ตอนนั้นด้วยความที่เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันผมจริงไม่คิดว่าผมจะโดนมันหักหลัง และมันคงไม่คิดจะเคลมเมียผม เพราะว่าตัวมันเองก็มีเมียแล้วเช่นกัน แต่หลังๆที่ผมเริ่มสงสัย ผมก็เริ่มสังเกตความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าตกลงมันเป็นยังไงกันแน่ และผมเคยถามกับเพื่อนของผมเองโดยตรงด้วยซ้ำว่า “มึงกับเมียกูนี่มันยังไง มีอะไรในกอไผ่หรือป่าว” แต่เพื่อนผมคนนี้ก็ยังหนักแน่นในคำตอบของมันว่าไม่ แต่ตัวผมก็ยังไม่เชื่ออย่างเต็มอกเต็มใจถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันก็เหอะ แต่เรื่องนี้ผมก็ยังไม่เคยได้ถามกับแจงโดยตรง เพราะถามไปเธอก็คงไม่พูดความจริงอย่างแน่นอน จนวันหนึ่งที่ผมอดตั้งคำถามในหัวไม่ไหว ผมจึงไปเช่ารถคันหนึ่งมาเพื่อสะกดรอยตามทั้งคู่ เพื่อที่จะให้ทั้งคู่ไม่สามารถไหวตัวทันได้ และในกลางวันของวันนั้นทั้งคู่ได้พากันออกมากินข้าวกลางวันที่ร้านอาหารหรูผมก็ได้แต่ซุ่มมองจากนอกร้าน แต่ก็ดูเหมือนไม่มีอะไร ผมเริ่มคิดในใจว่าหรือผมจะคิดไปเอง แต่ความพีคของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น แต่มันอยู่ในช่วงหลังจากกินข้าวต่างหาก ตอนนั้นผมโชคดีมากที่ยังไม่ถอดใจในการสังเกตพฤติกรรมของทั้งคู่ หลังจากกินข้าวเสร็จเพื่อนสนิทของผมมันเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งที่ห่างมาจากบริษัทมันพอสมควร ผมรีบขับตามเข้าไปทันที และเลี้ยวเข้าจอดในห้องที่ติดกับมัน ผมได้แต่นั่งในรถและใจของผมตุ้มๆต่อมๆ ผมตัดสินใจลุกออกจากรถและมองผ่านกระจกใสๆที่ม่านบังอยู่ […]